แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ แผนการสอน/การเร ยนร ภาคทฤษฎ หน วยท 5 ช อว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ สอนส ปดาห ท 6-8 ช อหน วย การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 รวม 9 ช วโมง ช อเร อง การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 จานวน 9 ช วโมง ห วข อเร อง ด านความร 1. ใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได ด านท กษะ 2. ใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได ด านค ณธรรม จร ยธรรม 3. ความร บผ ดชอบ 4. ความสนใจใฝ ร สาระสาค ญ Microsoft Word 2010 เหมาะส าหร บผ ท ต องการสร างและใช เอกสารร วมก บผ อ น ผ ใช จะได ร บประโยชน จากการปร บปร งค ณล กษณะการแก ไขและการจ ดร ปแบบ เคร องม อ การสร างแผนภ ม เคร องม อไดอะแกรม (SmartArt)ใหม อ นเทอร เฟชสาหร บผ ใช แบบใหม และค ณล กษณะอ น ๆ อ กมากมาย และย งม การเพ มเข ยนสม ดบ นท ก บนเว บใน Microsoft Word 2010 เพ อให ผ ใช สามารถสร างและจ ดการก จกรรมต างๆ ในการเข ยนสม ดบ นท กบนเว บ ใน Microsoft Word2010 ท ม ค ณล กษณะการแก ไขมากมายนอกจากน ย งม ค ณสมบ ต ใหม ๆ อ กมากมายใน MicrosoftWord 2010 ซ งปร บปร งการเข ยนเอกสารให ด ย งข นสาหร บผ ใช สมรรถนะอาช พประจาหน วย 1. ใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได
จ ดประสงค การสอน/การเร ยนร จ ดประสงค ท วไป / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. เพ อให ม ความร เก ยวก บ การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 ได (ด านความร ) 2. เพ อให ม ท กษะในการใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010ได (ด านท กษะ) 3. เพ อให ม เจตคต ท ด ต อการเตร ยมความพร อมด าน ว สด อ ปกรณ และการปฏ บ ต งานอย างถ กต อง ส าเร จ ภายในเวลาท กาหนด ม เหต และผลตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (ด านค ณธรรม จร ยธรรม) จ ดประสงค เช งพฤต กรรม / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได (ด านความร ) 2. สามารถจ ดการก บข อความในโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได (ด านท กษะ) 3. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง (ด าน ค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง) 4. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน ค ท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย าง ค มค าและประหย ด (ด านค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง)
เน อหาสาระการสอน/การเร ยนร ด านความร (ทฤษฎ ) 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 1) การใช งานข นพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Word 2010 การเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 การเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 ม ล กษณะคล ายก บการเร ยกใช โปรแกรมอ นๆ ใน ระบบปฏ บ ต การโดยม ข นตอนด งน 1) คล กป ม Start 2) เล อก All Program 3) เล อกโฟลเดอร (Folder) Microsoft Office 4) เล อกโปรแกรม Microsoft Word 2010
ส วนประกอบและเคร องม อพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Word 2010 เม อเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 จะปรากฏหน าต างโปรแกรมข นมา ต วโปรแกรมจะม ส วนประกอบด งต อไปน
1) แถบช อเร อง (Title bar) เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และช อไฟล ท ได เป ดข นมา 2) แถบเคร องม อด วน (Quick Access Toolbar) ป มค าส งท เร ยกใช งานบ อยๆ สามารถเพ มเต มข นมาได ใน ภายหล ง 3) ป มแฟ ม (File) เป นส วนท ทาหน าท จ ดเก บคาส งท ใช ในการทางานเอกสาร เช น สร าง(New), เป ด (Open), บ นท ก (Save) และ พ มพ (Print) เป นต น 4) ป มควบค ม (Control button) เป นส วนท ใช ปร บขนาดหน าต างโปรแกรม และป ดโปรแกรม 5) ร บบอน (Ribbon) เป นส วนท ใช แสดงคาส งต างๆ ท ใช ในการทางานก บเอกสาร 6) ป มแท บ (Tab button) เป นส วนท ใช กาหนดร ปแบบการจ ดแนวและระยะห างของข อความภายในเอกสาร 7) ไม บรรท ด (Ruler) เป นส วนท ใช ในการกาหนดขอบกระดาษท งแนวนอนและแนวต ง และกาหนดระยะของย อ หน า 8) แถบเล อน (Scroll bar) ใช สาหร บเล อนด เอกสาร 9) แถบม มมอง (View bar) ใช เล อกการแสดงม มมองเอกสารในแบบต างๆ 10) พ นท การทางาน (Work area) เป นส วนท ใช แสดงรายละเอ ยดต างๆ ท เก ดข นในเอกสาร 11) แถบสถานะ (Status bar) ใช แสดงจานวนหน ากระดาษและจานวนต วอ กษรท ใช ในเอกสาร 12) แถบเคร องม อตาราง (Table Tool) เป นแถบเคร องม อท รวมความสามารถท จะจ ดการก บตาราง อาท เช น การแรเงา เส นขอบตาราง ส ของตาราง 13) แถบเคร องม อกล องข อความ (Textbox Tool) เป นแถบเคร องม อท ม ความสามารถในการจ ดการก บกล อง ข อความ ใน Microsoft Office Word 2010 น ม ความสามารถเพ มมากข นจากเด มมาก ใช งานสะดวก ง ายกว าร น ก อนๆ มาก 14) แถบเคร องม อร ปภาพ (Picture Tool) เป นเคร องม อท ใช จ ดการร ปภาพ อาท เช น ล กษณะของร ปภาพ ร ปร างของร ปภาพ เส นของร ป ล กษณะพ เศษของร ปภาพ บ บอ ดร ปภาพความสง าของร ปภาพ และอ นๆ อ กมากมาย
2. สามารถจ ดการก บข อความในโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 2) การจ ดการก บข อความในโปรแกรม ส ญล กษณ ท เก ยวข องก บการจ ดการก บข อความใน Microsoft Word 2010 เม อน าต วช เมาส (Curser) ไปวาง ลงบนหน าเอกสาร ล กษณะของต วช เมาส จะเปล ยนแปลงไปตามตาแหน งท ช อย ซ งล กษณะของแต ละต วน นม ความหมายท แตกต างก นออกไปด งน การป อนข อม ลประเภทข อความ การป อนข อม ลลงเอกสารสามารถพ มพ ข อความต างๆ ลงในเอกสารได เลย ข อความท ยาว มากเก นไปในแต ละบรรท ดจะถ กต ดให ข นบรรท ดใหม โดยอ ตโนม ต ถ าต องการข นบรรท ดใหม ให กด ป ม Enter และถ าต องการย อหน าให กด Tab ด งร ป 1) เม อต องการเร มทางานเอกสารโดยเอกสารต องม การย อหน า สามารถย อหน าได โดยการกดป ม Tab 2) ส วนของการเว นวรรคระหว างต วอ กษร จะใช ป ม Spacebar บนค ย บอร ด
การแทรกข อความ การแทรกข อความสามารถแทรกข อความในท ใดก ได ในเอกสาร โดยการเล อนต วช เมาส (Cursor) ไปย งตาแหน งท ต องการแทรกข อความ จากน นการพ มพ ท เราต องการแทรกลงไป ด งร ป 1) นาเมาส คล กท ต าแหน งท ต องการจะแทรกข อความ 2) พ มพ ข อความท ต องการแทรกลงไป ในท น แทรกคาว า น น ลงไปในข อความ การเล อกข อความ การเล อกข อความน นเป นการเล อกเพ อทาการปร บเปล ยนแก ไขข อความตามท ต องการ โดยการเล อกข อความ จะต องคล กเมาส ค างตรงข อความท ต องการ จากน นลากเมาส ให เป นส ท บท บข อความ ปล อยเมาส เม อถ งจ ดส นส ด ของข อความท ต องการ ด งร ป
ด านท กษะ(ปฏ บ ต ) (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-2) 1. (ก จกรรมการเร ยนร ท 5.1-5.4) ด านค ณธรรม/จร ยธรรม/จรรยาบรรณ/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 3-4) 1. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 2. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการน าเสนอท น าสนใจน าว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด
ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) จ ดให น กเร ยนศ กษาคาศ พท ในบทเร ยน 1. ผ สอนจ ดเตร ยมเอกสาร พร อมก บแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การ ใช งานโปรแกรมประมวลผลค าMicrosoft Word 2010 2. ผ สอนแจ งจ ดประสงค การเร ยนของหน วย เร ยนท 5 และขอให ผ เร ยนร วมก นท าก จกรรมการ เร ยนการสอน 3. ผ สอนให ผ เร ยนแสดงความร เก ยวก บการใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 2.ข นให ความร (180 นาท ) 1. ผ สอนแนะน าว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน หน ว ยท 5 การใช งานโ ปรแกรม ประมวลผลค าMicrosoft Word 2010และให ผ เร ยน ศ กษาเอกสารประกอบการสอน คอมพ วเตอร และ สารสนเทศเพ องานอาช พ หน วยท 5 หน าท 131-161 2. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ การ ใช งานโปรแกรมประมวลผลค าMicrosoft Word 2010ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3. อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) น กเร ยนศ กษาค าศ พท ในบทเร ยน 1. ผ เร ยนเตร ยมอ ปกรณ และ ฟ งคร ผ สอนแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 2. ผ เร ยนท าความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การ เร ยนของหน วยเร ยนท 5 และการให ความร วมม อในการ ทาก จกรรม 3. ผ เร ยนแสดงความร ความร เก ยวก บการใช งาน โปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 2. ข นให ความร (180 นาท ) 1. ผ สอนแนะนาว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอน หน วยท 5 การใช งานและการบ าร งร กษา Tablet และให ผ เร ยนศ กษาเอกสารประกอบการสอน คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ หน วยท 5 หน าท 131-161 2.ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ การใช งานโปรแกรมประมวลผลค าMicrosoft Word 2010 ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน
ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 3. ข นประย กต ใช ( 300 นาท ) 1. ผ สอนให ผ เร ยนท าก จกรรมท 5.1-5.4 หน าท 165-169 เร อง การใช งานโปรแกรม ประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 2. ผ สอนให ผ เร ยนส บค นข อม ลจากอ นเทอร เน ต 3. ข นประย กต ใช ( 300 นาท ) 1. ผ เร ยนท าก จกรรมท 5.1-5.4 165-169 เร อง การใช งานโปรแกรมประมวลผลค าMicrosoft Word 2010 2. ผ เร ยนส บค นข อม ลจากอ นเทอร เน ต 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน ให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ สอนให ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน เพ อให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 540 นาท หร อ 9 ช วโมงเร ยน) (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 540 นาท หร อ 9 ช วโมงเร ยน)
งานท มอบหมายหร อก จกรรมการว ดผลและประเม นผล ก อนเร ยน 1. จ ดเตร ยมเอกสาร ส อการเร ยนการสอนหน วยท 5 2. ทาความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การเร ยนของหน วยท 5 และให ความร วมม อในการท าก จกรรมใน หน วยท 4 ขณะเร ยน - หล งเร ยน 1. ทาแบบประเม นการเร ยนร 2. ทาก จกรรมการเร ยนร หน วยท 5 คาถาม - ผลงาน/ช นงาน/ความสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมท 5 เร อง การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 สมรรถนะท พ งประสงค ผ เร ยนสร างความเข าใจเก ยวก บ การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 1. ว เคราะห และต ความหมาย 2. ต งคาถาม 3. อภ ปรายแสดงความค ดเห นระดมสมอง 4. การประย กต ความร ส งานอาช พ สมรรถนะการสร างค าน ยม ปล กฝ งค ณธรรม จร ยธรรม
สมรรถนะการปฏ บ ต งานอาช พ 1. ใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได สมรรถนะการขยายผล - ส อการเร ยนการสอน/การเร ยนร ส อส งพ มพ 1. เอกสารประกอบการสอนว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการ สอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 2. ก จกรรมการเร ยนร ท 5.1-5.4 เร อง การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 (ใช ประกอบการเร ยนการสอนข นให ความร เพ อให บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 3. แบบประเม นผ เร ยนในช นเร ยน ใช ประกอบการสอนข นประย กต ใช ข อ 1 ส อโสตท ศน (ถ าม ) 1. บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010 ส อของจร ง 1. คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการสอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1-4)
แหล งการเร ยนร ในสถานศ กษา นอกสถานศ กษา 1. ห องสม ดว ทยาล ยเทคน คสม ทรสาคร 2. ห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร ศ กษาหาข อม ลทางอ นเทอร เน ต - การบ รณาการ/ความส มพ นธ ก บว ชาอ น 1. บ รณาการก บว ชาช ว ตและว ฒนธรรมไทย ด านการพ ด การอ าน การเข ยน และการฝ กปฏ บ ต ตนทาง ส งคมด านการเตร ยมความพร อม ความร บผ ดชอบ และความสนใจใฝ ร 2. บ รณาการก บว ชาการบร หารการจ ดซ อ ด านการซ อ การแสวงหาผล ตภ ณฑ 3. บ รณาการก บว ชาก ฬาเพ อพ ฒนาส ขภาพและบ คล กภาพ ด านบ คล กภาพในการนาเสนอหน าช นเร ยน 4. บ รณาการก บว ชาหล กเศรษฐศาสตร ด านการเล อกใช ทร พยากรอย างประหย ด
การประเม นผลการเร ยนร หล กการประเม นผลการเร ยนร ก อนเร ยน - ขณะเร ยน 1. ตรวจผลงานตามก จกรรมท 5.1-5.4 2. ส งเกตการทางาน หล งเร ยน - ผลงาน/ช นงาน/ผลสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมการเร ยนร ท 5.1-5.4 เร อง การใช งานโปรแกรมประมวลผลคาMicrosoft Word 2010
รายละเอ ยดการประเม นผลการเร ยนร จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1 ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Word 2010 จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 2 สามารถจ ดการก บข อความในโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : สามารถจ ดการก บข อความในโปรแกรม Microsoft Word 2010 จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 3 การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง จะได 4 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 5 ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ใน ท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด 1. ว ธ การประเม น : ตรวจผลงาน 2. เคร องม อ : แบบประเม นกระบวนการทางานกล ม 3. เกณฑ การให คะแนน : ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยงน กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนา ว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย าง ค มค าและประหย ด จะได 2 คะแนน
ก จกรรมการเร ยนร ท 5.1 หน วยท 5 คาส ง : ให น กเร ยนนาต วอ กษรหน าคาศ พท ภาษาอ งกฤษไปใส หน าคาอธ บายส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Word 2010 A. Title bar ใช เล อกการแสดงม มมองเอกสารในแบบต างๆ B. Quick Access Toolbar ใช สาหร บเล อนด เอกสาร C. Control button ใช แสดงจานวนหน ากระดาษและต วอ กษรท ใช ในเอกสาร D. Ribbon เป นส วนท ใช แสดงคาส งต างๆ ท ใช ในการทางานก บเอกสาร E. Scroll bar ใช ปร บขนาดหน าต างโปรแกรม และป ดโปรแกรม F. View bar ป มคาส งท เร ยกใช งานบ อยๆ สามารถเพ มเต มได ในภายหล ง G. Work area เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และช อไฟล ท ได เป ดข นมา H. Status bar เป นส วนท ใช แสดงรายละเอ ยดต างๆ ท เก ดข นในเอกสาร ก จกรรมการเร ยนร ท 5.2 คาส ง : น กเร ยนอธ บายข นตอนของคาส งตามลาด บเลขท กาหนดให บนร ปภาพ คาส ง ม ข นตอนด งน 1) 2) 3) 4)
คาส ง ม ข นตอนด งน 1) 2) 3) 4) 5) 6) คาส ง ม ข นตอนด งน
1) 2) 3) 4) คาส ง ม ข นตอนด งน 1) 2) 3) 4)
ก จกรรมการเร ยนร ท 5.3 คาส ง : ให น กเร ยนจ บค ร ปแบบข อความก บเคร องม อให สอดคล องก น
ก จกรรมการเร ยนร ท 5.4 คาส ง : ให น กเร ยนเต มคาลงในช องว างให สมบ รณ โดยให ส มพ นธ ก บสมการ
แบบประเม นรายบ คคล (แบบประเม นผลงาน) ผ ประเม น(ช อ)... ตนเอง เพ อน คร รายการประเม น 1. ท กษะการปฏ บ ต งาน 2. ความสนใจใฝ ร 3. ความคล องแคล วในการ ปฏ บ ต งาน 4. ความปลอดภ ยในการปฏ บ ต งาน 5. การด แลร กษาอ ปกรณ 6. การประย กต ใช ในว ชาช พ คะแนนเฉล ย ด (3) พอใช (2) ปร บปร ง (1) รวม คะแนน หมายเหต เกณฑ การประเม น ด คะแนนส งกว า 2.70 พอใช คะแนนอย ระหว าง 1.3 2.70 ปร บปร ง คะแนนต ากว า 1.30 หมายเหต เกณฑ การประเม นท ใช ในการต ดส นต องได มาจากคะแนนเฉล ยของผ ประเม นท งหมด ต วอย าง ข อ 1. ความสมบ รณ ของเน อหาสาระ ได คะแนนการประเม นด งน ตนเอง ให ด ได คะแนนประเม น 3 เพ อน ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 คร ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 ได คะแนนเฉล ย 3+2+2 = 2.33 3 จากคะแนนเฉล ยท ได แสดงว าในข อ 1. เกณฑ ประเม นอย ในเกณฑ พอใช